เปิดตัวสวย รานิเอรี่ ประเดิมพา โรม่า 10 ตัว เฉือน เอ็มโปลี 2-1

เปิดตัวสวย รานิเอรี่ ประเดิมพา โรม่า 10 ตัว เฉือน เอ็มโปลี 2-1

   เปิดตัวสวย เคลาดิโอ รานิเอรี่ เปิดตัวกับ หมาป่า โรม่า ได้อย่างสวยสดงดงามแม้จะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนาม หลังจากเปิดบ้านเชือด เอ็มโปลี ไป 2-1 ทำให้ โรม่า เก็บเพิ่มได้ 3 แต้มมี 47 คะแนนขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 5 บนตาราง เซเรียอา

เปิดตัวสวย รานิเอรี่ ประเดิมพา โรม่า เฉือน เอ็มโปลี 2-1

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา หมาป่า อาเอส โรม่า เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก เอ็มโปลี ที่สนาม โอลิมปิโก้ ในวันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2562

   เริ่มเกม โรม่า เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ พลังเอ็ม ทันที เพียงนาทีที่ 9 ก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากลูกเตะมุม ฟลอเรนซี่ เปิดไปหน้าปากประตูแล้วกองหลัง เอ็มโปลี สกัดไม่ดีมาเข้าทาง เอล ชารารี ที่รอแถวสองก่อนจะซัดเข้าไปเป็นประตู

   แต่หลังจากนั้นไม่นาน เอ็มโปลี ก็มาได้ประตูตีเสมอทันควันจากจังหวะที่ เบนนาเซอร์ ขึ้นเกมมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดไปเสาสองให้ ซิลเวสเตร โหม่งบอลไปแฉลบ เฮซุส เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง เอ็มโปลี ตามเจ๊า 1-1

   ถัดมานาทีที่ 14 เอ็มโปลี เกือบจะแซงนำ หมาป่า จากจังหวะฟรีคิก ปาสกวาล ปั่นบอลด้วยซ้ายหนีกำแพงพุ่งชนเสาเต็มๆอดได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย

   จากนั้น โรม่า พยายามจะตั้งเกมเพื่อหวังจะเอาประตูแซงขึ้นนำให้จงได้ จนกระทั่งนาทีที่ 33 ในที่สุดความพยายามของ หมาป่า ก็เป็นผล เมื่อมาได้ประตูแซงขึ้นนำ 2-1 จากฟรีคิกสุดเส้นหลังฝั่งขวา ฟลอเรนซี่ เปิดไปเสาสองให้ ชีค โขกบอลเบียดเสาแรกเข้าประตูไปตุงตาข่าย

   ช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งแรก โรม่า คุมเกมเอาไว้ได้ทั้งหมดจนทำให้ เอ็มโปลี แทบไม่มีโอกาสบุกเลยด้วยซ้ำ จบครึ่งแรก หมาป่า เป็นฝ่ายขึ้นนำ ไปก่อน 2-1

   ครึ่งหลังนาทีที่ 53 โรม่า ได้ลุ้นประตูที่ 3 จากจังหวะที่ เอ็นซอนนี่ ให้บอลไปที่ ไคลเวิร์ต ได้ลองซัดนอกกรอบเขตโทษ บอลหลุดเสาออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   จากนั้น เอ็มโปลี พยายามจะตั้งเกมบุกเพื่อหวังจะเอาประตูตีเสมอ นาทีที่ 65 ปาสกวาล โยนบอลจากฝั่งซ้ายเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาให้ ฟาริอาส โหม่งไปกลางประตู ครูนิช ได้ยิงจ่อๆแต่ดันลื่นไปซะก่อน

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 โรม่า ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ ฟลอเรนซี่ ที่มีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้วโดนเหลืองที่ 2 กลายเป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

   จากนั้นนาทีที่ 88 เอ็มโปลี เกือบจะได้ประตูตีเสมอหลังจากที่ ครูนิช ยิงบอลเข้าประตูไปได้แล้วในตอนแรก ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นประตูของ เอ็มโปลี ไปเรียบร้อย แต่หลังจากดู VAR ปรากฏว่า โอเบอร์ลิน ทำแฮนด์บอลไปก่อนจึงยกเลิกประตูของ พลังเอ็ม ทำให้ หมาป่า รอดตัวไปหวุดหวิด จบเกม โรม่า 10 ตัว เปิดบ้านเอาชนะ เอ็มโปลี 2-1

 

สิงห์ขย้ำไก่ เชลซี เปิด สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่อัด สเปอร์ส 2-0

สิงห์ขย้ำไก่ เชลซี เปิด สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่อัด สเปอร์ส 2-0

   สิงห์ขย้ำไก่ เชลซี เปิดบ้านไล่อัดเอาชนะ สเปอร์ส 2-0 จากหนึ่งประตูของ เปโดร และอีกหนึ่งประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของ คีแรน ทริปเปียร์ ช่วยให้ เชลซี เก็บเพิ่มเป็น 53 แต้ม รั้งอยู่อันดับ 6 บนตาราง

   ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก สิงห์บลู เชลซี เปิดบ้านต้อนรับ ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ดูบอลออนไลน์

   ฟอร์มช่วงหลังของ เชลซี ไม่คงที่เดี๋ยวดีเดียวร้าย กลับกันกับ สเปอร์ส ที่ฟอร์มช่วงหลังทำได้ค่อนข้างดีก่อนจะมาสะดุดแพ้ให้กับเบิร์นลี่ย์ในเกมล่าสุด

สิงห์ขย้ำไก่ เชลซี เปิดบ้านไล่อัด สเปอร์ส 2-0

   เริ่มเกม เชลซี เกือบจะเป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 6 จากจังหวะบุกทำเกมกันขึ้นมาแล้วแนวรับของ สเปอร์ส โหม่งบอลเคลียร์ไม่ขาดทำให้มาเข้าทาง อิกวาอิน ยิงแบบไม่จับส่งบอลพุ่งชนเสา พลาดได้ประตูไปอย่างน่าเสียดายสุดๆ

   นาทีที่ 19 ความผิดพลาดอีกครั้งของ สเปอร์ส ที่เกือบจะทำให้พวกเขาต้องเสียประตูเมื่อ ยอริส จ่ายบอลไม่ดี บอลเลยไปเข้าทาง เปโดร ทางฝั่งขวาก่อนจะส่งต่อเข้าเขตโทษมาให้ อาซาร์ ย้อนกลับมาให้ อิกวาอิน ยิงหลุดเสาไกลออกไปแบบได้ลุ้น

   ช่วงท้ายเกมครึ่งแรกนาทีที่ 42 สเปอร์ส ได้ลุ้นจากฟรีคิกที่เล่นกันไว เคนให้ไปที่วิงค์ จ่ายคืนกลับให้เคนอีกครั้งก่อนจะเลี้ยงเข้าเขตโทษแล้วตัดสินใจยิง บอลแฉลบออกเสาแรกไป

   ต่อด้วยนาทีที่ 44 ไม่น่าเชื่อว่าโอกาสครั้งนี้ ไก่เดือยทอง จะไม่ได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ ซิสโซโก้ โหม่งจากกลางสนามมาหน้าเขตโทษให้ เคน เอาบอลลงแล้วจ่ายให้กับ วิงค์ ได้ลองซัดไกล บอลพุ่งชนคานอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลัง เชลซี มาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 57 จากจังหวะที่ อัซปิลิกวยต้า พาบอลขึ้นมาทางฝั่งขวาแล้วแทงเข้าเขตโทษให้ เปโดร แตะหลบ อัลเดอร์ไวเรลด์ แล้วซัดลอดขา ยอริส เข้าไปตุงตาข่าย เชลซี นำไปก่อน 1-0

   หลังจากที่เสียประตู สเปอร์ส พยายามจะตั้งเกมเพื่อหวังทวงประตูคืน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่เมื่อยังไม่สามารถสร้างโอกาสทำประตูได้มากนัก

   และสุดท้ายแทนที่จะสามารถทำประตูตีเสมอได้กลับกลายเป็นว่า ไก่เดือยทอง ก็มาพลาดเอง ในนาทีที่ 84 ซึ่งเป็นจังหวะที่ไม่มีอะไรเลยเมื่อ ทริปเปียร์ จ่ายบอลคืนหลังให้ ยอริส แต่ดันสื่อสารกันไม่เข้าใจหรืออย่างไรเลยกลายเป็นส่งบอลเข้าประตูตัวเองไปซะงั้น เซลซี เลยได้ประตูไปแบบงงๆ 2-0

   จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ สเปอร์ส ไป 2-0

 

 

โกงตาย เซบีญ่า 10 คน ไล่เจ๊า เอย์บาร์ ท้ายเกม 2-2

โกงตาย เซบีญ่า 10 คน ไล่เจ๊า เอย์บาร์ ท้ายเกม 2-2

   โกงตาย เซบีญ่า ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังถึง 0-2 อีกทั้งยังต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเมื่อสามารถไล่ตามเอาประตูตีเสมอได้สองประตูรวดในช่วงท้ายเกมไล่เจ๊า เอย์บาร์ 2-2

โกงตาย เซบีญ่า 10 คน ไล่เจ๊า เอย์บาร์ 2-2

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน เซบีญ่า เปิดบ้านพบกับ เอย์บาร์ ที่สนาม เอสตาดิโอ รามอน ปิซฆวน ในวันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562

   เซบีญ่า รั้งอันดับ 4 บนตาราง ฟอร์มการเล่นช่วงหลังไม่ค่อยดีนักเมื่อพวกเขาเพิ่งจะแพ้มา 2 นัดติดต่อกัน ส่วน เอย์บาร์ อยู่อันดับ 10 ฟอร์มช่วงนี้กำลังร้อนแรงไม่แพ้มา 3 นัดติด ล่าสุดเพิ่งจะเอาชนะคิโรน่าไป 3-0

   เริ่มเกมนาทีที่ 3 เซบีญ่าเป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อนจากการขึ้นบอลมาทางฝั่งซ้ายแล้วเปิดไปหน้าประตู แนวรับเอย์บาร์เคลียร์บอลไม่ขาด ซาราเบียเก็บได้ก่อนจะพลิกยิงไปเสาแรก บอลกลิ้งผ่านหน้าปากประตูไปออกไปอย่างน่าเสียดาย

   เกมผ่าน 15 นาทีแรก เอย์บาร์ เล่นกันได้ค่อนข้างดีสู้ได้สูสีกับเจ้าถิ่นไม่เป็นรอง จนมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 22 โอเรญาน่า ได้บอลในกรอบเขตโทษแล้วแหวก 3 แนวรับของ เซบีญ่า เข้าไปซัดผ่านมือ วัชลิค เข้าไปเป็นประตู

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรก แม้ว่า เซบีญ่า จะพยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนว่าเกมของเจ้าถิ่น จะยังไม่สามารถทำอันตราย เอย์บาร์ ได้ ทำให้จบครึ่งแรก เซบีญ่า เป็นฝ่ายตามหลัง เอย์บาร์ อยู่ 0-1

   ครึ่งหลังเมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายที่เปิดเกมบุกเข้าใส่ทันทีเพื่อหวังจะเอาประตูคืนให้ได้ แต่กลับกลายเป็นว่าเกือบจะต้องมาเสียประตูที่ 2 ให้กับ เอย์บาร์ ในนาทีที่ 49 จากจังหวะสวนกลับเร็ว บอลมาอยู่ที่ โอเรญาน่า ซัดด้วยซ้าย บอลผ่านหน้าประตูออกเสาไกลไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   นั้นสถานการณ์ของ เซบีญ่า ดูเหมือนจะย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อต้องมาเสียประตูที่ 2 ให้กับทีมเยือนในนาทีที่ 63 จากลูกเตะมุมที่เปิดไปหน้าปากประตู อาร์บีญ่า โหม่งบอลย้อนกลับมาให้ ชาร์ล วิ่งมาโขกเต็มหัว บอลพุ่งเข้าประตูไป เอย์บาร์ นำ 2-0

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 84 หลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ถึง 2 ประตู สถานการณ์ของ เซบีญ่า ยิ่งแย่เข้าไปอีกเมื่อ บาเนก้า ไปทำฟาวล์ใส่คู่แข่งจึงถูกใบเหลืองที่ 2 เป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

   ด้วยสถานการณ์ที่ตกเป็นรองและยังมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนามแต่นาทีที่ 88 เจ้าถิ่นกลับมาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 2-1 จากจังหวะที่ ซาราเบีย ไหลบอลไปทางซ้ายให้ เบน ยฺดแดร์ หลุดเข้าไปซัดตุงตาข่าย

   เท่านั้นยังไม่พอ เซบีญ่า โกงตาย นาทีที่ 90 + 2 มาทำประตูตามตีเสมอได้สำเร็จจาก โพรเมส เปิดบอลจากซ้ายไปหน้าประตูให้ ซาราเบีย จิ้มบอลเข้าเสาแรกเป็นประตูตามตีเสมอ 2-2

   จบเกม เซบีญ่า เปิดบ้านเสมอกับ เอย์บาร์ แบ่งกันไปทีมละแต้ม

 

ปีเตอร์ บอสซ์ ประเดิมคุม เลเวอร์คูเซ่น ทางการนัดแรกพ่าย กลัดบัค 0-1

ปีเตอร์ บอสซ์ ประเดิมคุม เลเวอร์คูเซ่น ทางการนัดแรกพ่าย กลัดบัค 0-1

   ปีเตอร์ บอสซ์ อดีตกุนซือของ ดอร์ทมุนด์ ประเดิมคุมทีมอย่างเป็นทางการให้ ห้างยา นัดแรกด้วยการเปิดบ้านพ่ายให้กับ กลัดบัค ไป 0-1 ทั้งๆที่รูปเกม เลเวอร์คูเซ่น เป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าอยู่มากพอสมควรเลยทีเดียว แต่ไม่สามารถเอาประตูจาก กลัดบัค ได้

   ทำให้สุดท้าย โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เก็บ 3 แต้มสำคัญกลับมาไล่ตาม บาเยิร์น มิวนิค ทีมอันดับ 2 เหลือห่างเพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น

ปีเตอร์ บอสซ์ ประเดิมคุม เลเวอร์คูเซ่น ทางการนัดแรกพ่าย กลัดบัค 0-1

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เปิดบ้านต้อนรับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ที่สนาม ไบอารีน่า ในวันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2562

   เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรก เจ้าถิ่นทำได้ค่อนข้างดี พวกเขาครองเกมบุกใส่ กลัดบัค อยู่แทบจะฝ่ายเดียว ส่วนทีมเยือนก็พอมีโอกาสได้บุกบ้างแต่โอกาสพาบอลไปถึงกรอบเขตโทษของเลเวอร์คูเซ่นนั้นค่อนข้างน้อยมาก

   นาทีที่ 16 เจ้าถิ่นได้ลุ้นจากจังหวะสวนกลับเร็วแล้วสุดท้ายเป็นไบลี่ย์ที่ซัดจากทางขวา บอลไปติดบล็อคกองหลัง กลัดบัค ข้ามคานออกหลังไปได้เพียงเตะมุม

   จากนั้นรูปเกมยังคงเป็น เลเวอร์คูเซ่น ที่ครองเกมบุกเอาไว้ได้เหมือนเดิม แต่ประตูแรกก็ยังคงหากันไม่เจอเนื่องจากแนวรับ กลัดบัค ยังคงทำงานกันได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่อง

   จนกระทั่งนามีที่ 37 กลับเป็น กลัดบัค ที่แม้รูปเกมจะเป็นรองแต่กลับเป็นฝ่ายที่คมกว่าและก็ไประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ ฮอฟมันน์ ได้บอลทางขวาแล้วแตะเบาๆไปข้างหน้ากะจะเล่นเองแต่ เปลอา วิ่งมาแย่งเล่นแล้วยิงสวนทันที บอลพุ่งเข้าเสาไกลอย่างสวยงาม และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลังยังคงเป็นฝั่ง เลเวอร์คูเซ่น ที่เป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ทีมเยือนและพาบอลไปป้วนเปี้ยนแถวหน้ากรอบเขตโทษ กลัดบัค อยู่เรื่อยๆ แต่ยังหาประตูตีเสมอไม่ได้

   นาทีที่ 62 เลเวอร์คูเซ่น เกือบจะได้ประตูตีเสมอแบบสุดๆจากลูกเตะมุมที่เปิดเข้าไปหน้าปากประตูแล้วโดนโขกมาตกหน้า ฮาเวิร์ตซ์ ยิงจ่อๆที่ระยะประมาณ 6 หลา น่าเสียดายที่โดนไม่เต็ม ทำให้ ซอมเมอร์ รับอยู่มือ

   ห้างยายังคงบุกต่อนเนื่อง นาทีที่ 71 ได้ลุ้นจากฟรีคิก บรันดท์ วางบอลไปเสาไกลให้ เบนเดอร์ ได้โหม่งแต่เบาไปทำให้ ซอมเมอร์ รับสบาย

   นาทีที่ 76 เป็นโอกาสอีกครั้งของเจ้าถิ่น เริ่มจาก เบลลาราบี้ เปิดบอลจากขวาไปหน้าประตูให้ ฮาเวิร์ตซ์ ได้โหม่งแต่ยังไม่ผ่าน ซอมเมอร์ ที่พุ่งไปปัดได้ปลายมือ

   จบเกม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น พ่ายให้กับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ไป 0-1

 

ขยับขึ้นรองฝูง อินเตอร์ มิลาน เปิดบ้านไล่อัด โฟรซิโนเน่ 3-0

ขยับขึ้นรองฝูง อินเตอร์ มิลาน เปิดบ้านไล่อัด โฟรซิโนเน่ 3-0

   ขยับขึ้นรองฝูง อินเตอร์ มิลาน ขยับขึ้นรองจ่าฝูงชั่วคราวแทน นาโปลี หลังจากเปิดบ้านเอาชนะ โฟรซิโนเน่ ทีมรองบ๊วยไป 3-0 ซึ่งได้ 2 ประตูจาก เกอิต้า บัลเด้ และอีก 1 ประตูจาก เลาทาโร่ มาร์ติเนซ

ขยับขึ้นรองฝูง อินเตอร์ มิลาน เก็บ 3 แต้มเต็ม ไล่อัด โฟรซิโนเน่ 3-0

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อินเตอร์ มิลานเ ปิดบ้านพบกับ โฟรซิโนเน่ ที่สนาม จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561

   ซึ่งสำหรับเกมนี้ งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน มีเป้าหมายที่จะเก็บ 3 แต้ม ให้ได้ เพื่อที่จะกาะกลุ่มหัวตารางต่อไป โดยนัดนี้ อินเตอร์ เปิดบ้านพบกับทีมน้องใหม่ซึ่งสถานการณ์ของทีมไม่สู้จะดีนักรั้งตำแหน่งรองบ๊วย ซึ่ง อินเตอร์ ได้มีการพักตัวหลักหลายราย เช่น เมาโร อิคาร์ดี้ ในนัดนี้ก็มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น

   เริ่มเกมมาได้เพียงแค่นาทีที่ 10 อินเตอร์ มิลาน ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 งานนี้ของต้องชม เกอิต้า บัลเด้ ที่โชว์เดี่ยวล็อคบอลหลบกองหลังทีมเยือน 2-3 จังหวะ ก่อนจะจัดการซัดบอลในเขตโทษเข้าไปกองก้นตาข่ายได้สำเร็จ

   เกมผ่าน 20 นาที อินเตอร์ ยังคงเป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าและหาโอกาสเข้าทำประตู โฟรซิโนเน่ ได้อย่างต่อเนื่อง

   แต่นาทีที่ 34 เกือบเป็นทีมเยือนที่ได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่บอลถูกเปิดมาทางฝั่งขวาข้ามไปตกที่เสาไกลให้ ซัมปาโน่ ยิงไปติดบล็อค อาซาโมอาห์ แต่จังหวะนี้ถึงจะส่งบอลเข้าประตูไปได้ก็ไม่ได้ประตูอยู่ดี เพราะกรรมการยกธงเป็นล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

   จบครึ่งแรก เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 1-0

   เริ่มครึ่งหลังยังคงเป็น อินเตอร์ มิลาน ที่เป็นฝ่ายครองเกมบุกได้มากกว่าและมาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 57 จาก เกอิต้า บัลเด้ คนเดิมที่พักบอลได้แล้วเลี้ยงจี้ขึ้นมาทางซ้ายก่อนจะเปิดไปให้ เลาทาโร่ มาร์ติเนซ โขกเข้าไปเป็นประตู

   ถึงแม้จะได้ประตูนำห่างถึง 2 ประตู แต่เจ้าถิ่นก็ยังไม่ได้ผ่อนเกมลง พยายามจะเอาประตูที่ 3 อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งช่วงท้ายเกมนาทีที่ 82 ในที่สุดประตูที่สามของ อินเตอร์ ก็มาจนได้จากจังหวะที่ โปลิตาโน่ ได้บอลแล้วเลี้ยงบอลลากจี้จากขวาเข้ากลาง แล้วจะไหลไปให้ บัลเด้ หลุดขึ้นมาทางซ้ายแล้วตัดสินใจซัดทันที อินเตอร์ มิลาน หนีห่างไปเป็น 3-0

   จบเกม อินเตอร์ มิลาน เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ โฟรซิโนเน่ 3-0 เก็บเพิ่ม 3 คะแนนเต็ม ขยับขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูง แทนที่ นาโปลี ชั่วคราว

 

พลาดเอง มิลาน พลาดท่าพ่าย โอลิมเปียกอส 1-3 ตกรอบยูโรป้าลีก

พลาดเอง มิลาน พลาดท่าพ่าย โอลิมเปียกอส 1-3 ตกรอบยูโรป้าลีก

   พลาดเอง ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน พลาดท่าพ่ายให้กับ โอลิมเปียกอส ทั้งๆที่ประตูเข้ารอบน็อคเอาท์ ยูโรป้าลีก เปิดรออยู่ข้างหน้าอยู่แล้ว เพราะถึงแพ้ก็ยังมีโอกาสเข้ารอบหากแพ้เพียงแค่ลูกเดียว แต่ดันพลาดโดน โอลิมเปียกอส อัดไป 3-1 ทำให้ทั้งสองทีมมี 10 แต้มเท่ากัน แต่ โอลิมเปียกอส มีประตูได้เสียดีกว่าจึงพลิกผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ ยูโรป้าลีก เรียบร้อย

พลาดเอง มิลาน พ่าย โอลิมเปียกอส 1-3 

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้าลีก กลุ่ม F โอลิมเปียกอส เปิดบ้านพบกับ เอซีมิลาน ที่สนาม จอร์จอส คาราอิสกี้ ในวันพฤหัสที่ 13 ธันวาคม 2561

   เริ่มเกม ช่วง 5 นาทีแรก เอซี มิลาน เปิดฉากบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นทันทีและเกือบจะได้ประตูขึ้นนำเร็วจากจังหวะที่ ชัลฮาโนกลู ได้บอลหลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนจะซัดทันที แต่บอลเบาไปทำให้ โฮเซ่ ซา รับสบาย

   จากนั้นเกมค่อนข้างสูสี ทั้งสองทีมผลัดกันบุกแต่ก็ยังไม่มีทีมใดที่ได้ประตูขึ้นนำ จนกระทั่งนาทีที่ 18 มิลาน ได้โอกาสอีกครั้งจาก คาลาเบรีย ที่เติมขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะปาดบอลไปให้ คูโตรเน่ ไหลต่อไปให้ อิกวาอิน ยิงไปติดเซฟนายทวารเจ้าถิ่น

   ท้ายเกมครึ่งแรกนาทีที่ 45 โอลิมเปียกอส สวนกลับแล้วได้ฟรีคิกระยะประมาณ 30 หลา ฟอร์ทูนิส ยิงบอลทะลุกำแพง ทำให้ เรน่า ต้องพุ่งไปปัดทิ้ง จบครึ่งแรก ยังเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลัง เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายที่เปิดเกมบุกเข้าใส่ทันทีหลังจากเสียงนกหวีดดังขึ้น และในที่สุดในนาทีที่ 60 ก็เป็น โอลิมเปียกอส ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่เล่นกันสั้นๆ แล้วส่งบอลต่อเข้าไปในกรอบเขตโทษ โปเดนเซ่ ส่งบอลเข้ากลางไปให้ เกร์เรโร่ โขกไปติดบล็อก บอลกระดอนมาเข้าทาง ซิสเซ่ โหม่งซ้ำอีกครั้งเป็นประตู โอลิมเปียกอส นำก่อน 1-0

   หลังจากที่เสียประตูแรก มิลาน พยายามจะตั้งสติและทวงประตูคืนให้ได้แต่ยังไม่เป็นผล สุดท้ายกลายเป็น โอลิมเปียกอส ที่มาได้เพิ่มอีก 1 ประตู ในนาทีที่ 69 จากจังหวะโต้กลับเร็วที่วางยาวมาในแดนของ มิลาน ซึ่งแนวรับ มิลาน สกัดไม่ขาด บอลไปเข้าทาง กีลเญเม่ เก็บตกได้แถวสองจัดการซัดที่ระยะ 20 หลา บอลแฉลบ ซาปาต้า ลอยข้าม เรน่า เสียบคานเข้าประตูไป เจ้าถิ่นนำห่าง 2-0

   แต่หลังจากนั้นถัดมาอีก 2 นาที ในที่สุด มิลาน ก็ตีไข่แตกได้สำเร็จจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย ชัลฮาโนกลู โยนบอลไปหน้าปากประตูให้ ซาปาต้า ขึ้นโหม่งบอลเข้าประตูไปเรียบร้อย มิลาน ตามมาเป็น 2-1

   เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์นี้ และเป็น มิลาน ที่ผ่านเข้ารอบ แต่แล้วในนาทีที่ 81 เอซี มิลาน ดันมาเสียลูกโทษจากการที่ อบาเต้ ไปทำฟาวล์ใส่ โปเดนเซ่ ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินจึงเป่าให้เป็นจุดโทษทันที และก็เป็น ฟอร์ตูนิส ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไป เจ้าถิ่นนำ 3-1

   ช่วงเวลาที่เหลือแม้ว่า มิลาน จะพยายามโหมบุกอย่างหนัก แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ทำให้สุดท้ายจบเกม มิลาน ต้องพ่ายให้กับ โอลิมเปียกอส ไป 1-3 ตกรอบ ยูโรป้าลีก ในฤดูกาลนี้

 

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018/19 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ดูบอลสด ในคืนวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2018 เวลา 23.30 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

   เกมนี้ทัพ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่มี เควิน เดอ บรอยน์, คลาดิโอ บราโว และ เอเลเควียม ม็องกาลา ส่วนผู้เล่นตัวหลักรายอื่นๆยังอยู่กันครบ

   นำมาโดยสามประสานแนวรุก ราฮีม สเตอร์ลิง, ริยาด มาห์เรซ และ เซร์คิโอ อเกวโร แดนกลางวาง แฟร์นันดินโญ, ดาบิด ซิลบา และ เบร์นาโด้ ซิลวา แนวรับใช้ อายเมริค ลาปอร์เต้ จับคู่กับ แวงซองต์ กอมปานี และ เอแดร์สัน เฝ้าเสา

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เอแดร์สัน, ไคล์ วอล์คเกอร์, อายเมริค ลาปอร์ต, กอมปานี, เบนฌาแม็ง เมนดี้, แฟร์นันดินโญ, , แบร์นาโด้ ซิลวา, ดาบิด ซิลวา, ราฮีม สเตอลิ่ง, ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ้ อเกวโร่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   ส่วนทางด้านทีมเยือน ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้ไร้ โรเมลู ลูกากู และ ดิโอโก้ ดาโลต์ ที่ยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน ส่วนในรายของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย และ อเล็กซิส ซานเชซ ต้องรอเช็คความฟิตก่อน

   มูรินโญ่ นายใหญ่ แมนยู ใช้ วิคตอร์ ลินเดอร์เลิฟ จับคู่กับ คริส สมอลลิง ในแนวรับ แล้ววาง พอล ป๊อกบา คอยทำเกมร่วมกับ อันเดอร์ เอร์เรรา และ เนมานยา มาติช ในแดนกลาง ส่วนเกมรุกให้โอกาส อองโตนีย์ มาร์กซิยาล ประสานงานกับ ฮวน มาต้า และ มาร์คัส แรชฟอร์ด

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ดาบิด เด เคอา, แอชลีย์ ยัง, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, คริส สมอลิ่ง, ลุค ชอว์, ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช, อังเดร์ เอร์เรร่า, ฮวน มาต้า, อองโตนีย์ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วิเคราะห์บอล ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   จ่าฝูงของตาราง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผลงานยังคงยอดเยี่ยม มี 29 คะแนน ไม่แพ้ใครมา 11 นัดรวมทุกรายการ และเป็น 1 ใน 3 ทีมที่ยังไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีก

   ส่วนทางด้านของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มี 20 แต้ม รั้งอันดับ 7 ของตาราง และในลีกไม่แพ้ใครมา 4 นัดติดต่อกัน

   สำหรับเกมซูเปอร์บิ๊กแมตช์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ดาร์บี้นี้ ฟอร์มของ แมนซิตี้ กำลังร้อนแรง และเกมนี้ยังได้เล่นในบ้านของตัวเอง ทำให้ แมนยู ที่ฟอร์มการเล่นยังลุ่มๆดอนๆอยู่ในตอนนี้เจอกับงานยากหากอยากจะเก็บ 3 แต้มกลับบ้าน หากต้องการเพียงผลเสมออาจพอมีลุ้นบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า แมนซิตี้ ต้องไม่ปล่อย 3 แต้มในบ้านหลุดลอยไปอย่างแน่นอน

 

ลาลีกา เดือด เซบีย่า เฉือน เซลต้า 10 คน 2-1 ทะยานขึ้นจ่าฝูง

ลาลีกา เดือด เซบีย่า เฉือน เซลต้า 10 คน 2-1 ทะยานขึ้นจ่าฝูง

   ลาลีกา สเปน เซบีย่า เป็นฝ่ายที่ได้ประตูนำก่อน 2-0 จาก ปาโบล ซาราเบีย และ วิสซาม เบน เยเดอร์ และยังได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นเมื่อ เซลต้า เหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน ตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง

   แต่ท้ายเกมก็ทำเอาแฟนๆใจหายใจคว่ำ เมื่อเจ้าถิ่นมาพลาดเสียประตูให้กับ เซลต้า ไล่มาเป็น 2-1 ยังดีที่เวลาที่เหลือ เซบีย่า ยังคงรักษาสกอร์เอาไว้ได้และชนะไปในที่สุดเก็บ 3 แต้มสำคัญแซงนำขึ้นจ่าฝูงชั่วคราว

   ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน ดูบอลออนไลน์ ในวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 เซบีย่า เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก เซลต้า บีโก้ ที่สนาม รามอน ซานเชซ ปิซฆวน

ลาลีกา สเปน เซบีย่า เฉือน เซลต้า 2-1

   เริ่มเกมนาทีที่ 6 เป็นโอกาสลุ้นครั้งแรกของ เซบีย่า เมื่อ นาบาส ได้บอลกลางสนามก่อนจะจี้ขึ้นไปยังฝั่งของ เซลต้า แล้วได้จังหวะซัดด้วยขวาที่ระยะกว่า 30 หลา บอลหลุดออกหลังไป

   นาทีที่ 18 เป็นจังหวะลุ้นของ เซลต้า บ้างจากฟรีคิกกลางสนาม อาเราโฮ่ เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้ว เคียร์ สกัดบอลไม่ดีไปเข้าทาง คาบราล พลิกตัวแล้วซัดจ่อๆหน้าประตู น่าเสียดายที่บอลพุ่งข้ามคานออกไป

   แต่แล้วในที่สุดเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ในช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 39 จากจังหวะที่ นาบาส วิ่งไปเก็บบอลจากมุมธงฝั่งขวาได้ก่อนจะเปิดเข้ากลางมาให้ ซาราเบีย โหม่งเข้าไปเป็นประตู เซบีย่า นำ 1-0

   ครึ่งหลังลงสนามมานาทีที่ 58 จากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังอยู่แล้วก็ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างทีมเยือนเอาซะเลย เมื่อ เซลต้า ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน จากการที่ อาเราโฮ่ โดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

   หลังจากนั้นถัดมาเพียง 3 นาที เซบีย่า ก็มาได้ประตูที่ 2 ทันที จากจังหวะที่ วาซเกซ ให้บอลไปที่ ซาลาเบีย พาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะปาดไปให้ เบน เยเดอร์ ชาร์จไปทางเสาสองเข้าประตูไป ตอนแรกผู้ตัดสินจะไม่ให้เป็นประตู แต่เมื่อดูจาก VAR แล้วยืนยันว่าเป็นประตู เซบีย่า นำห่าง 2-0

   เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์ 2-0 แต่ในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 85 เซลต้า ฮึดสู้ มาได้ประตูไล่มาเป็น 2-1 เมื่อ บูฟาล ลากบอลจากกลางสนามไปจนถึงหน้ากรอบเขตโทษของเจ้าถิ่น ก่อนจะจัดการปั่นทันที บอลพุ่งโค้งตุงตาข่าย เซลต้า ตีไข่แตก 2-1

   แต่เวลาที่เหลือเจ้าถิ่นพยายามรักษาสกอร์เอาไว้ที่ 2-1 จนจบเกม สุดท้าย เซบีย่า เป็นฝ่ายที่เก็บ 3 แต้มเต็ม ชนะรวด 4 นัด ทะยานขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว

 

ม้าลาย ยูเว่ ระเบิดฟอร์ม อัด ยัง บอยส์ 3-0 ดีบาล่าแฮตทริก

ม้าลาย ยูเว่ ระเบิดฟอร์ม อัด ยัง บอยส์ 3-0 ดีบาล่าแฮตทริก

   ม้าลาย ยูเวนตุส ฟอร์มร้อนแรงเหลือเกิน แม้เกมนี้จะไม่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่ก็ยังได้ เปาโล ดีบาล่า รับบทพระเอก ซัดคนเดียว 3 ประตู พา ยูเว่ เอาชนะ ยัง บอยส์ ไป 3-0 เก็บเพิ่ม 3 คะแนน รวม 2 นัด มี 6 คะแนนเต็มในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ลีก

   ศึกฟุตบอล แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กรุ๊ปเอช ยูเวนตุส เปิดบ้านพบกับ ยัง บอยส์ ที่สนาม อลิอันซ์ สเตเดี้ยม ดูบอลออนไลน์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561

   ยูเวนตุส เกมนี้ไม่มี โรนัลโด้ แนวรับกลับมาใช้หลังสามเป็น เบนาเตีย, บาร์ซาญี่ และ กัวดราโด้ ส่วนเกมรุกใช้ แบร์นาเดสคี่กับดีบาล่า

   ส่วนทางด้าน ยัง บอยส์ เกมนี้ไม่ได้ปรับอะไรมาก ตัวหลักๆยังอยู่เช่นเดิมทั้ง เบอร์เกน, ฟาสนาชท์ และซูเลจ์มานี่ แต่เกมนี้กองหน้าเลือกใช้ โออาร์อูลง สนามแทนแทน เอ็นซาเม่

ม้าลาย ยูเว่ นำเร็ว ดีบาล่าแฮตทริก

   เริ่มเกมมายังไม่ถึง 5 นาทีดี ยูเว่ ก็ได้ประตูออกนำไปก่อน จากจังหวะที่ โบนุชชี่ โยนบอลยาวจากกลางสนามเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ดีบาล่า วิ่งมายิงบอลผ่าน บัลล์มอส เข้าประตูไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำ 1-0

   เกมผ่าครึ่งชั่วโมงเป็น ยูเว่ ที่มีโอกาสได้ลุ้นประตูมากกว่าทีมเยือน และหลังจากที่มีโอกาสอยู่หลายครั้งหลายจังหวะ แต่ก็ยังบวกประตูเพิ่มไม่ได้ ในที่สุดนาทีที่ 33 ประตูที่สองของเจ้าถิ่นก็มาจนได้เมื่อ กัวดราโด้ ไหลบอลจากขวาให้ มาตุยดี้ ได้ซัดหน้าเขตโทษ บอลไปติดเซฟในทวารทีมเยือนกระดอนมาเข้าทาง ดีบาล่า ซ้ำดาบสองเข้าไปเป็นประตู ยูเวนตุส นำ 2-0

   ช่วงท้ายครึ่งแรกหลังจากที่เสียประตู ยัง บอยส์ พยายามทำเกมบุกหวังจะทวงประตูคืน แต่ก็ทำได้ไม่ค่อยดีนัก จังหวะสุดท้ายลุ้นไม่ค่อยขึ้นสักเท่าไหร่ ทำให้จบครึ่งแรก ยูเวนตุส เป็นฝ่ายนำ ยัง บอยส์ อยู่ 2-0

   กลับมาครึ่งหลัง ยังคงเป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่กดดันใส่ทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 49 เกือบจะได้เพิ่มอีกหนึ่งประตู จากจังหวะที่ แบร์นาเดสคี่ พาบอลขึ้นมาหน้าเขตโทษก่อนจะไหลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาให้ ดีบาล่า ยิงไปชนเสาไกลเต็มๆ

   กระทั่งนาทีที่ 69 ประตูที่สามของ ยูเว่ ก็มาจนได้ เป็นจังหวะที่ มานด์ซูกิช ตักบอลเข้าเขตโทษทางฝั่งขวาให้ กัวดราโด้ ไหลต่อไปที่ ดีบาล่า ถ้าจ่อๆเข้าประตูไป ยูเว่ นำห่าง 3-0

   นาทีที่ 78 ยัง บอยส์ ที่สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างแย่ก็ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ คามาร่า ที่มีเหลืองติดตัวไปทำฟาวล์ใส่ ดีบาล่า กรรมการแจกเหลืองอีกใบเป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

จบเกม ยูเวนตุส เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ ยัง บอยส์ 3-0 ผ่าน 2 นัด เก็บ 6 คะแนนเต็ม นำเดี่ยวจ่าฝูง

 

สิงห์บลู เชลซี พับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียว แต่ชนะ พีเอโอเค หวุดหวิด 1-0

สิงห์บลู เชลซี พับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียว แต่ชนะ พีเอโอเค หวุดหวิด 1-0

   สิงห์บลู ได้ประตูจากลูกยิงของ วิลเลียน ตั้งแต่ต้นเกม และหลังจากนั้นถึงแม้ว่า เชลซี จะบุกอย่างหนัก และมีโอกาสบวกประตูเพิ่มอยู่หลายครั้ง แต่ยังไม่คมพอ สุดท้ายชนะพีเอโอเค ไปแค่ 1-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอลยูโรป้าลีก รอบแบ่งกลุ่ม ที่สนาม ทูมบา สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา พีเอโอเค ทีมใน ซูเปอร์ ลีก ของกรีซ เปิดบ้านพบกับ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ยอดทีมจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

   เกมนี้ทางเจ้าบ้าน พีเอโอเค จัดตัวหลักลงเกือบครบ แต่ ปริโยวิช นั่งสำรอง หลังจากที่มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อเล็กน้อย ส่วนทางด้านทีมเยือน เชลซี เกมนี้ไม่มีชื่อของ เอเดน อาซาร์ ทั้งตัวจริงและสำรอง จึงเป็นโอกาสของเปโดรกับวิลเลียนที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง ส่วนเกมรับเป็นโอกาสของ คริสเตนเซ่น

สิงห์บลู เชลซี นำเร็วตั้งแต่ต้นเกม จากลูกยิงของวิลเลียน

   ครึ่งแรกเริ่มเกมได้เพียง 7 นาทีเท่านั้น เชลซี ก็ได้ประตูขึ้นนำเร็ว จากจังหวะที่ บาร์คลี่ย์ พาบอลขึ้นหน้ามาที่ วิลเลียน ก่อนจะกระชากเข้าเขตโทษ แล้วซัดผ่านตัว พาสซาลากิส นายทวารเจ้าถิ่น เข้าประตูไป เชลซีนำไปก่อน 1-0

   จากนั้น เชลซี ยังเป็นฝ่ายที่ทำเกมบุกเข้าใส่เจ้าบ้านอย่างหนักหน่วง และมีโอกาสได้ลุ้นประตูที่สองอยู่หลายจังหวะ นาทีที่ 19 กรูดิเกอร์ เปิดบอลยาวจากกลางสนามขึ้นหน้าให้ โมราต้า แตะเข้าเขตโทษแล้วยิงทันที บอลหลุดเสาสองออกหลังไป

   ช่วงท้ายครึ่งแรก แม้ว่า พีเอโอเค พยายามที่จะบุกใส่ เชลซี คืนบ้าน แต่ก็ยังไม่เป็นผลเท่าไหร่ และเป็นฝ่าย เชลซี ที่บุกขึ้นมาแต่ละครั้งทำให้เจ้าถิ่นหวาดเสียวหได้หลายจังหวะ

   นาที 38 อลอนโซ่ พาบอลขึ้นมาทางซ้าย แล้วไหลทะลุช่องไปที่ เปโดร สอดมายิง แต่บอลยังไม่ผ่านเซฟของนายทวารเจ้าถิ่น จบครึ่งแรก เชลซี นำอยู่ 1-0

   ครึ่งหลังยังคงเป็น เชลซี ที่เดินหน้าบุกหวังเอาประตูที่สองให้ได้ นาทีที่ 49 บาร์คลี่ย์ ไหลให้ เปโดร เข้าเขตโทษทางฝั่งขวาพยายามจะหามุมยิงแต่ไม่มีเลยจ่ายกลับมาที่ บาร์คลี่ย์ ย้อนให้ วิลเลียน แต่ทำได้แค่ซัดไปตรงตัว พาสซาลากิส

   ท้ายเกมดูเหมือนว่าเกมของเจ้าถิ่นจะดีขึ้นเมื่อมีจังหวะได้บุกขึ้นมาลุ้นอยู่หลายจังหวะ และก็ทำให้วิงโตน้ำเงินครามร้อนๆหนาวๆได้เหมือนกัน

   นาที 85 พีเอโอเค ได้ลุ้นตีเสมอจากจังหวะที่ บิเซสวาร์ ได้บอลแถวกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แล้วตัดสินใจซัดเอง บอลไปตรงตัว เกปา รับเอาไว้ได้

   จบเกม เชลซี เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะพีเอโอเคไป 1-0 ประเดิมสามแต้มแรกสำเร็จ อยู่หัวตารางร่วมกับ บาเต้